คลิปสัมภาษณ์ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช

อาทิ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ผู้เคยพยากรณ์เรื่อง จะเกิดสึนามิในภาคใต้ อย่างถูกต้องมาแล้ว ต่างออกมาพยากรณ์เตือนว่า อีกไม่เกิน อย่างเร็ว 8ปี อย่างช้า30 ปี(นับจากปี2008) กรุงเทพและอีกหลายจังหวัดในไทยจะจมน้ำอย่างแน่นอน(จมถาวรไม่ใช่น้ำท่วมชั่วคราว!) แผนที่ด้านบน สีน้ำเงินเข้มคือ บริเวณที่จะจมน้ำ

"ผมไม่ใช่หมดดู แต่มันคือ "หน้าที่" "หน้าที่ผมคือการเตือนภัย โอกาสผิดก็มี...แต่โอกาสถูกมีมากว่า" ดร.สมิทร ธรรมสโรช

กรมแผนที่ทหารบอกว่า ขณะนี้อัตราเฉลี่ยการทรุดตัวของ กทม. อยู่ที่ปีละ 5-8 ซม. ซึ่งถ้าเป็นจริงอย่างที่บอก อีก10 กทม.จะทรุดลองอีก 50 ซม. ผนวกกับ 10 ปีระดับน้ำที่ทำนายไว้ว่า จะสูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร(เยอะมากนะ) นั้นหมายความว่า กทม.จะจมอยู่ใต้น้ำราว 1.5-2 เมตร ส่วนบางปะกง ฉะเชิงเทรา ปากน้ำ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม พื้นที่เหล่านี้ก็จะมีน้ำท่วมหมดเลยเช่นกัน เพราะพื้นที่นี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงนิดเดียว
สำหรับประเทศไทยเรา ถ้าภาคประชาชน - เอกชน - รัฐ ไม่ละเลยกรณีปัญหานี้จนเกินไป ศึกษาอย่างจริงจัง ถ้ามีแน้วโน้วจะเป็นจริง คงจัดหาทคโนโลยีมาช่วยได้ หรือจะย้าย กทม.ไม่ใช่เรื่องสนุกนะ ย้ายวัดพระแก้ว? อย่าให้เป็นอย่าง สึนามิ เพราะกรณีนี้ทั้งนักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศและ ดร.สมิทร(ซึ่งไม่ใช่หมอดูนั้งเทียน) ได้มาเตือนล่วงหน้าบ้างแล้วว่าเป็นไปได้แต่ไม่มีใครฟัง เห็นว่าเป็นเรื่องตลกฟุ่งซ่านไป ผลก็อย่างเป็นที่รู้กัน

 

คำเตือนจาก"สมิทธ" :คลื่นยักษ์ซึนามิในเมืองไทยที่กลายเป็นจริง

จนทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เดินทางเข้าพบ นายจเด็จ อินสว่าง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในสมัยนั้น เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ทางรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการให้ข่าวของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช เป็นการด่วน

โดยหนังสือดังกล่าวระบุเลขที่ สทภ.165/2541 ถึง นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

"จากการให้สัมภาษณ์ของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช รองปลัดกระทรวงคมนาคม อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ลงข่าวในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ยืนยันตักเตือนย้ำรอบสอง ในเรื่องของคลื่นยักษ์ซึนามิ มีแนวโน้มจะถล่มในบริเวณภาคใต้ชายฝั่งทะเลตะวันตก ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ เป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวใต้ท้องทะเลเหมือนกับที่เกิดขึ้นที่ปาปัวนิวกินี เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่คลื่นยักษ์ซึนามิจะร้ายแรงกว่าเป็น 100 เท่า ซึ่งการให้สัมภาษณ์ของ ดร.สมิทธ สร้างความสับสนหวาดกลัวแก่ผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะจะมีผลเสียหายต่อธุรกิจท่องเที่ยวอย่างแน่นอน จึงเรียนมาเพื่อโปรดหาทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด"

นายเจด็จ ยังระบุอีกว่า แม้ว่าข่าวดังกล่าวจะออกมาจากผู้ที่มีความปรารถนาดี แต่ข่าวนี้ก็ไม่น่าจะเป็นจริง และขอให้ประชาชนอย่าตื่นตกใจ เพราะนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ยังไม่มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และปรากฎการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแถบปาปัวนิวกินี ก็ยังไม่มีการยืนยันว่าเกิดจากกรณีนี้ ซึ่งอาจเป็นแค่แผ่นดินไหวธรรมดา

ขณะที่พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รมว.มหาดไทยในสมัยนั้นได้กล่าวไว้ว่า ตนได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้ แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนให้ทราบว่า หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจะเตรียมการอย่างไร ทุกฝ่ายเป็นห่วง แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงรับสั่งให้เตรียมป้องกัน

ในขณะที่ การประมวลข้อมูลตามข้อเท็จจริงและเหตุผลทางทฤษฎีตามหลักวิชาการของกรมทรัพยากรธรณีวิทยา พ.ศ.2541 ได้สรุปว่า "การเกิดคลื่นยักษ์ในทะเลอันดามัน มีโอกาสเป็นได้น้อย"

แต่ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ระบุว่า จากหลักฐานทางธรณีวิทยา ข้อมูลและแผนที่ต่างๆ ที่ได้ทำการศึกษา สามารถยืนยันได้ว่ามีรอยเลื่อนของเปลือกโลกในทะเลอันดามันอย่างแน่นอน

ในห้วงนั้นฝ่าย ดร.สมิทธ ได้ยืนยันว่า มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า บริเวณแถบนี้มีรอยเลื่อนของเปลือกโลก ทำให้เคยเกิดแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียมาแล้ว ซึ่งมีผู้คนเสียชีวิตนับร้อยคนเมื่อปี 1994 รอยแยกของเปลือกโลกที่ถูกค้นพบ เป็นสาเหตุกับที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย และมีข้อมูลจากเซาธ์เทิร์น ยูนิเวอร์ซิตี้ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่ยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้เกิดคลื่นยักษ์ในประเทศไทยได้

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาในขณะนั้น เมื่อเชื่อว่าจะไม่เกิดคลื่นยักษ์ แต่ขณะเดียวกันกลับมีหนังสือแจ้งไปที่กรมการปกครอง ให้มีการเตรียมป้องกันภัย นั่นเท่ากับแสดงว่าเริ่มไม่มีความมั่นใจ

การเกิดคลื่นยักษ์ซึนามิ ที่ปาปัวนิวกินี เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2541 มีคลื่นยักษ์ซึนามิสูงร่วม 30 ฟุต ซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหวใต้น้ำ คลื่นยักษ์ซึนามิมาแบบไม่รู้ตัวในตอนกลางคืน ปรากฎว่า หมู่บ้านชาวประมง 6 หมู่บ้าน พร้อมประชาชนราว 3,000 คน ได้หายหรือตายไปในทันที

อันที่จริงคลื่นยักษ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1930 หรือ พ.ศ.2473 และกลับมาเกิดซ้ำอีกครั้งในปี ค.ศ.1998 หรือ พ.ศ.2541 นับเป็นระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับการเกิดแผ่นดินไหวของไทย เมื่อปี พ.ศ.2457 หมายความว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมและหาทางป้องกันอย่างรอบคอบ

เมื่อมีการพบรอยเลื่อนของเปลือกโลกในทะเลอันดามัน ทำให้หลายคนมีความวิตกกันว่า หากมีแผ่นดินไหวขนาด 7 ริคเตอร์ เกิดขึ้นในบริเวณรอยเลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะที่รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ซึ่งมีจุดเริ่มต้น ตั้งแต่เกาะภูเก็ต ผ่านอ่าวไทยทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือถึงตะวันตกเฉียงใต้ ช่วงละติจูด 8-10 องศา เกรงกันว่า "คนไทยจะประสบกับโศกนาฏกรรม เหมือนหรือยิ่งกว่าปาปัวนิวกินี"

ในหนังสือยังระบุอีกว่า ปกติคลื่นยักษ์ซึนามิ มักเกิดเป็นวัฏจักรในรอบ 80 ปี ก่อนหน้านี้ สถาบันวิจัยแผ่นดินไหวสหรัฐฯ ได้บันทึกประวัติการเกิดแผ่นดินไหว ที่มีจุดศูนย์กลางจากรอยเลื่อนดังกล่าวในทะเลอันดามันว่า…

เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2457 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริคเตอร์มาแล้ว และเกิดซ้ำอีกครั้ง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2476 ในบริเวณใกล้เคียงกัน แต่มีความรุนแรง 6.5 ริคเตอร์ ตามหลักการเกิดแผ่นดินไหวนั้น บริเวณใดที่เคยเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาแล้ว ก็มักจะมีโอกาสเกิดซ้ำเป็นวัฏจักรอีก

ด้วยเหตุนี้ บริเวณรอยแยกของเปลือกโลก ซึ่งได้สั่งสมพลังงานไว้ ณ บริเวณดังกล่าว เกิดปลดปล่อยพลังงานออกเมื่อใด นอกจากก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนใต้ผิวน้ำมโหฬาร อันเป็นสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเล ย่อมมีผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนของมวลสารน้ำทะเล อันเป็นที่มาของปรากฎการณ์ซึนามิ

ซึ่งแทบจะสังเกตไม่ออก เพราะคลื่นมีความสูงจากพื้นผิวน้ำเพียง 30 เซนติเมตร แต่ถ้าสังเกตให้ดี จะมีความเร็วสูงมาก ประมาณ 600-1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อเคลื่อนตัวผ่านที่ตื้น ก็จะเพิ่มความสูงอย่างทันทีทันใดถึง 15-30 เมตร กลายเป็นคลื่นยักษ์ที่กวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ลงสู่ท้องทะเลในชั่วพริบตา

ในหนังสือเล่มนี้ ยังได้แนะวิธีสังเกตและการป้องกันตนจากคลื่นซึนามิ เอาไว้ตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งได้แนะนำให้ประชาชนหรือผู้ที่มีกิจกรรมในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับชายทะเล ควรรู้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ว่าควรปฏิบัติอย่างไร เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนโดยละเอียดทุกขั้นตอน และยังย้ำอีกว่า เป็นสิ่งที่คนไทยควรเรียนรู้ เพื่อรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ เพื่อความไม่ประมาท

…ทว่า คำเตือนของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช เมื่อปี พ.ศ.2541 นั้น กลับกลายเป็นเรื่องไร้สาระ และถูกมองในเชิงลบ ไม่มีใครคำนึงหรือสนใจเรียนรู้และเตรียมตั้งรับภัยพิบัติ และคำเตือนนั้นได้ล่องลอยหายไปในสายลม…

"ผมเคยเตือนไว้นานแล้วว่า…อาจจะเกิดคลื่นยักษ์ ควรจะเตรียมตัวป้องแต่ก็เห็นเป็นเรื่องตลกกันไป" ดร.สมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้กล่าวหลังเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์ซึนามิถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา…

pEEpoo:street art

posted on 14 Mar 2010 10:34 by chuppichup

อื้ม!

วันนี้เอาภาพ street art มาให้ดูเล่นๆ สวยๆ แนวๆ

ทำให้หลอนได้เหมือนกันนะเนี่ย......

เหมือนจัง

ดูภาพแล้วเหมือนจะตกลงไป ....

ศิลปินเขาเก่งจริงๆนะค่ะเนี่ย

ประเทศไทยเราก็มีทำแบบนี้นะ แต่นานๆทีเราจะได้เห็นน่ะ

พอทำเสร็จก็เป็นที่ชื่นชมของคนเดินผ่านไป-มา

การวาดของเขาดูเป็นมิติหลอกตาได้จริงๆนะค่ะเนี่ย

อันนี้น้ำตก...ค่ะ

ไม่ใช่แค่พื้นถนนอย่างเดียวที่สามารถสร้างงานศิลปะได้

pEEpoo:บอกความจริง

posted on 13 Mar 2010 18:39 by chuppichup

"อ่าว...แล้ว.... โกหกทำไมล่ะ" O.o 

เขายืนจั่งงั่งอยู่ตรงหน้า แล้วบอกต่อว่า "ที่มานี่มีอะไรหรือเปล่า?"

ฉันเงียบ..............

 

"เฮ้ย! เจ๊ !" มันเริ่มเรียกฉันว่าเจ๊ 

 "ตอนนี้สี่โมงกว่าแล้วนา... จะทำอะไรก็ทำสักทีเซ่!"

ฉันก็ยังคงตะกุกตะกัก......

เหมือนมันจะรำคาญ ศรใส่หูฟัง ฟังเพลง

"หยุดฟังก่อนได้มั้ย!!!!" ฉันดึงหูฟังออก

"อะไรล่ะ ก็ฉันจะฟังนี่!!!!"

"เค้าชอบแกว่ะ!!!"

O-o"

และในที่สุด ฉันก็ได้บอกออกไปในช่วงวินาทีนั้น ฉากการต่อสู้ได้จบลง เหลือแต่ความเงียบ

"พูดจริงอ่ะ" มันถาม

>-< ฉันขี้เกียจตอบ เลยนั่งลงบนม้านั่ง.....

ศรนั่งลงข้างๆฉัน

"จะกลับหรือยัง?" มันถาม

ฉันจึงลุกขึ้นแล้วเดินลงบันไดเลื่อนไป มันก็เดินตามมาติดๆ จนมาหยุดอยู่หน้าร้านขนมจีนที่ติดกับร้านขายเสื้อ

ศรเอามือมาจิ้มๆฉัน

ฉันหันไปมองอย่างรำคาญ

"ตบหน้าเราอีกทีได้ป่ะ"

เพียะ!!!!

"เออ!! เค้าก็ชอบแก!!" มันพูดจบแล้วก็หนีหายไปเลย ปล่อยให้ฉันยืนทบทวนคำพูดเมื่อกี้อยู่หน้าร้าน

พี่เจ้าของร้านและลูกค้าหันมามองฉันตาปริบๆ ฉันจึงหนีกลับบ้านทันที

จะบอกว่า เฮ้ย!!! นี่มัน !!!!ดีเป็นบ้า!!

จากที่ได้เล่าไป ทำให้มีบางอย่างเปลี่ยนแปลง

เราห่างเหินกันมากขึ้น v-v

ถ้ามันเป็นอย่างนี้ต่อไป ฉันก็ไม่มีโอกาสให้เขาได้รู้เลยสิว่า "ฉันชอบเขา!!!"

 

วันที่เราต้องจากกันมันใกล้เข้าทุกที..... ยัยปีโป้คนนี้เลยบอกกับ ไอ้ศรว่า

"ชั้นจะไปเอาใบกับกับภาษีที่เดอะมอร์ล!!"

ไอศรมันก็ไม่ได้เถียงหรือซักถามอะไรหรอก  มันก็ตอบอือๆ แล้วเดินตามมาตามคำบัญชา...

พอไปถึง

ฉันก็นั่งอยู่ม้านั่งเป็นชั่วโมง โดยไม่ทำอะไรเลย มันเลยถามกับฉันว่า

"แล้วไม่มาเอาใบอะไรนั่นหรือไง?"

ฉันหันควับกลับไปตอบด้วยความฉุนว่า "ชั้นโกหกว้อย!!!"

เอ่อ................ ท่านผู้อ่านขาาาา  ดิฉันอยากจะบอกก่อนนะว่า

พอมาถึงจุดนี้..

ฉันกำลังจะ  บอกชอบเขาค่ะ!!!!

โธ่....

ความคิดในหัว -.- เอาออกมาได้ยังไง >0<

ตอนนี้เลือดยางอายและกุลสตรีมันได้ไหลออกจากตัวชั้นหมดแล้ว

มันเหลือเพียงแค่

ความอึดอัดจนตอนนี้มันกำลังจะล้นทะลักออกมา

เอาว่ะ!!!! เสี่ยงเป็นเสี่ยง!!!

อยู่ด้วยกันมาสามปีครึ่ง .....

เพื่อนฉันคนนี้ ศร อยู่เคียงข้างฉันมาตลอด

ฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวที่สามารถพูดกับเขาได้ทุกเรื่อง เป็นเพราะว่าเขาไม่เคยคุยกับผู้หญิงคนไหนเต็มประโยคสักที สาเหตุคือ เขาอาย

ศร อยู่บ้านกับยายและแม่

แต่ส่วนใหญ่แม่เขามักจะไม่อยู่ เพราะต้องไปทำงานที่ชลบุรี ....

ถึงเขาจะอยู่กับผู้หญิง

ถึงเขาจะอ่อนโยน

แต่เขาก็เป็นผู้ชายแท้ๆๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่กับเพื่อนๆ ศร ไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก จนเพื่อนๆบางคนอาจลืมว่ามีเขาอยู่

เวลาเขาพูดอะไร แม้จะไม่มีใครสนใจฟัง แต่ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่รับฟังเสมอ.................................

.............จนกระทั่งปีที่สาม..............

ฉันสังเกตว่าศรมีบางอย่างเปลี่ยนไป เขาหน้าตาดีขึ้น (คิดไปเองหรือเปล่าไม่รู้)

เพื่อนฉันคนนี้เปลี่ยนไป

มีผู้หญิงหลายๆกลุ่มในห้องเริ่มสนใจศรมากขึ้น

ถ่ายรูปบ้างล่ะ เอารูปลงโน๊ตบุ๊ค พูดในระหว่างที่ฉันนั่งอยู่ข้างๆ

"ศรแม่งหน้าตาดีว่ะ ถ่ายรูปขึ้นนะแกว่ามั้ย"

หรือ

"ว่าไปศรก็หล่อดีนะ" ^-^

-.- เอ้อ!!!!!! พูดไปเถ้อะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ไม่รู้หรอกว่าคนนึงนั่งหึงอยู่นี่แง่ง!!!!!!

ชั้นนั่งเท้าคางมองพวกมันกระดี้กระด้ากัน

โมโหทุกครั้งเวลาเดินด้วยกันแล้วมีผู้หญิงเข้ามาชวนคุยเนี่ย.......

she ก็พยายามเนาะ

ศร ทำได้ก็ตอบบ้าง ยิ้มบ้าง

"อืม ยัง" เขาตอบแค่นี้

ฉันน่ะก็หวงนะ!!!

แต่ก็ทำเป็นล้อเขาทั้งๆที่ข้างในไม่อยากจะทำเลย ฮึ้ย!

"แหม..แก มันชอบแกหรือเปล่า แกก็พูดกับมันบ้างดิ๊" ฉันว่าไปอย่างนี้

"น่าน! ยัดเยียดอีกแระ" เขาหันควับ "ไม่ได้ชอบว้อย!!!"

"แล้วทำไมไม่ชอบ" ฉันถาม

"ไม่ชอบแล้วกัน ไม่อยากพูดมาก เดี๋ยวมันด่าเอา" 

ฉันจะเชื่อแกได้ไง แกเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งจะตาย พออะไรเกิดขึ้นแล้วค่อยมาบอกทีหลัง

 

pEEpoo:ไอเพื่อนยาก

posted on 28 Feb 2010 09:50 by chuppichup

แกอยู่เคียงชั้นตลอด(หรือชั้นหว่า....) สามปีครึ่งที่ผ่านมาทำให้ชั้นรู้ว่าแกดีกับชั้นมากมายขนาดไหน........       แม้แกจะซื่อบื้อ ป้ำๆเป๋อๆก็ตามที ^-^ แต่แกก็ให้กำลังใจชั้นทุกครั้งที่มีปัญหา

ขอโทษ- ที่ผ่านมาไม่มีเวลาให้แก ทำให้แกต้องงอนชั้นหลายครั้ง

ขอโทษ- ที่ไม่ค่อยใส่ใจสนใจแก เท่าไหร่

นายสองคนและชั้นเป็นเพื่อนกัน มีกันอยู่แค่สามคน ฉันจะสนใจพวกแกให้มากกว่านี้

แล้วนาย... ศร

ขอบคุณ - ที่คอยไปส่งชั้นเวลาริวไม่อยู่

ขอบคุณ -ที่คอยไปเที่ยวเป็นเพื่อนเวลาริวไม่ว่าง

ขอบคุณ - ที่เป็นที่ระบายความเศร้า โกรธ ทุกครั้ง

นายน่ะ แม้จะซื่อบื้อ ไม่ได้พูดเก่งกับผู้หญิงทั่วไป เข้ากับคนไม่เก่ง ( ยกเว้นกู)

แถมยังขี้อาย

แต่ชั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรแกหรอก แม้ชั้นอาจล้อแกเล่นบ้าง

อยากจะบอกว่าตอนนี้ ....

ชั้นรู้สึกว่า

"ชั้นชอบนายว่ะ"

pEEpoo:เพื่อนรัก รักเพื่อน

posted on 27 Feb 2010 23:47 by chuppichup

เพราะ...เรื่องราวบางอย่างซ่อนอยู่ลึก
เป็น...ความรู้สึกหวั่นไหวในใจฉัน
เพื่อน...คนเดิมที่สนิทมานานวัน
จึง...เปลี่ยนความสัมพันธ์เป็นอื่นไม่ได้เลย
ไม่...อยากอยู่ห่างหรือมองหน้าเธอไม่ติด
กล้า...แค่คิดในใจไม่กล้าเฉลย
บอก...ไปแล้วอาจเสียเพื่อนที่คุ้นเคย
รัก...คำนี้เลยได้แค่แอบบอกเธอในใจ
 
 

pEEpoo:รู้นะว่าเธอเครียด

posted on 27 Feb 2010 23:31 by chuppichup

การฟังเพลงมันบ่งบอกถึงความรู้สึก................

 ในยามที่ชั้นเศร้า เซ็ง อกหัก  ฉันจะฟังเพลงที่ตรงกันข้ามเสมอ

ฮิพฮอบอ่ะ ฟังเข้าไป เพลงแดนซ์ก็ฟังไปสิ!!!!

มันช่วยลดอาการเครียดได้จริงๆ -_-

----------------------------------------------------------ลองไปทำดู

และเมื่อฉันเลิกกับริวแล้วในตอนเช้านั้น ฉันนั่งอยู่ตรงระเบียงหน้าห้องแล้วเปิดเพลงจ่อหู

เจ๊มาย(รุ่นพี่)เดินมาข้างๆ แล้วได้ยินเสียงเพลงที่ชั้นเปิด เขาเลยถาม

"เครียดอะไรของแกว่ะ" แกมานั่งข้างๆ

"มันรันทดอ่ะพี่..." T_T

"แกเลิกกับไอนิวแล้วแกเครียดขนาดนี้เลยหรอ"

"มันรู้ว่าปีโป้ชอบพี่แว่นมันก็วิ่งเหมือนตุ๊ดไปเลยอ่าพี่!!!!โห~~~" 

 

......ให้ตายเหอะ.............

อยากโดดระเบียงตาย!!!

 

อยากรู้ว่าเขาชอบเราหรือเปล่า

1. พักนี้เจอเขาบ่อยมาก ๆ ไม่รู้ตั้งใจผ่านมาให้เห็นหรือเรื่องบังเอิญกันแน่

2. เขาชอบเข้ามาชวนคุย (ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนไม่เคย)

3. เวลาทำอะไร เขาชอบมาปรึกษา หรือขอความคิดเห็นจากเธอ

4. เธอมีความรู้สึกว่าเขาเข้า มามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เธอทำบ่อย ๆ

5. เขาชอบชมว่าเธอแต่งตัวน่ารัก

6. เขาชอบมองมาที่เธอบ่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุ พอถามว่ามีอะไร? ก็บอกว่า "เปล่า"

7. เขาชอบหาเรื่องมาแกล้งหรือ แหย่เธอให้งอนเล่นๆ หรือไม่ก็มักมีของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝาก

8. บางทีเขาก็ชอบคุยเรื่องใครซักคน ที่เข้ามาเป็นคนพิเศษ เป็นคนที่เข้าใจเขาให้เธอฟัง

9. เขาเคยถามเธอว่ามีคนพิเศษหรือยัง หรือบางทีก็หลอกถามแบบอ้อม ๆไม่กล้าถามตรง ๆ หรือไม่ก็ชอบจับผิดเธอกับผู้ชาย

10. เขาตั้งใจฟังเธอบ่นโดยไม่ขัด แถมยังชอบตามใจอีกต่างหาก


11. เพื่อนของเขาหรือเพื่อนของเธอ ชอบเอาเธอและเขามาล้อ ทั้งๆ ที่เธอ ไม่ได้บอกอะไรเลย แต่เขาก็ไม่ได้โกรธอะไร

12. เวลาเธอขอความช่วยเหลืออะไร เขาก็เต็มใจช่วยสุดๆ

13.เขารู้เรื่องส่วนตัวของเธอเกือบทุกเรื่อง?





ทีนี้ก็มาดูเฉลยเลยว่า... เขากำลังปิ๊งคุณอยู่หรือเปล่า?

ตรงกับคุณอยู่ 11 - 13 ข้อ

ว๊าว...!! เขาชอบเธอแน่นอนเล่นโผล่มา
ให้เห็นบ่อยๆ แบบนี้ แถมยังชอบเข้ามาชวนคุย
โน่นคุยนี่อีกต่างหาก (ทั้งๆ ที่ไม่มีเรื่องคุย
ก็ยังจะสรรหามาคุยได้) ขอแนะนำให้เธอ
ทำตัวตามปกติ ไม่ต้องเก๊กหรือว่าเขินอายนะ เ
พราะเสน่ห์ของเธอก็อยู่ที่ความเป็นเธอนั่นแหละ

ตรงกับคุณอยู่ 8 - 10 ข้อ

เขาปิ๊งเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ไม่ต้องงัดมารยาหญิงเข้ามาเสริม รอดูท่าทีเขา
ไปก่อน และกรุณาอย่าแสดงนิสัยแย่ๆ ออก
มาให้เขาเห็นซะก่อนละ ไม่งั้นเดี๋ยวเขาจะ
รับไม่ได้ เผ่นแนบไปเลยจะทำไง

ตรงกับคุณอยู่ 5 - 7 ข้อ

เพราะเขากลัวแห้ว เลยไม่แน่ใจว่าจะแสดง
อาการปิ๊งเธออย่างโจ่งแจ้งดีมั้ย ก็เลยต้องดูลาดเลา
ตามสังเกตพฤติกรรมของเธอไปพลางๆ ก่อน
แต่ถ้าเธอแสดงออกให้เขาเห็นว่าเธอเองก็ปิ๊ง
เขาอยู่ รับรองว่าเขาต้องมั่นใจจนต้องเข้ามาสารภาพแน่เลย

ตรงกับคุณอยู่ 3 - 4 ข้อ

เขาสนใจเธออยู่นะ แต่เป็นความ
รู้สึกแค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่ได้ลึกซึ้งอะไรมาก
เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งทำเป็นได้ใจไป ให้สังเกต
ท่าทีเขาไปก่อนจะดีกว่านะจ๊ะ

ตรงกับคุณอยู่ 0 - 2 ข้อ

เห็นทีต้องพยายามหาทางเสนอหน้า
หรือคอยป้วนเปี้ยนใกล้ๆ เขาเองซะแล้ว ทำไงได้ล่า...
ก็เขายังไม่มีทีท่าว่าจะปิ๊งเธอเลยนี่นา และขอ
แนะนำว่าถ้าอยากได้ใจเขาจริงๆ ต้องพยายาม
ในทางที่ถูกที่ควรด้วยนะจ๊ะ

:pEEpoo:Party In The U.S.A. (3)

posted on 27 Feb 2010 21:35 by chuppichup

 MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com

Miley Cyrus - Party In The USA Lyrics

I hopped up the plane at LAX
with the dream, my card again
Welcome to the land of fame
Am I gonna fit in?

Jumpe din the cab
here I am for the first time
looked to my right and i see the hollywood sign
This is all so crazy
Everybody seems so famous

My tummy is turning and feeling kind of home sick
Too much pressure and Im nervous
Just when the taxi man turns on the radio
And a Jay-Z song was on
So I put my hands up there
Playing My Song

The butterflies fly away
nodding my head like yeah
moving my hands like yeah
I put my hands up
Theyre playing my song
And I know Im gonna be ok
Yeah Its a party in the USA
Yeah Its a party in the USA

Get to the club in my taxi cab
everybodys looking at me now
Like whos that chick that rockin kicks
She gotta be from outta town

So hard with my girls not around me
its definitely not a Nashville party
cause all I see are stillettos
Guess I never got the memo

My tummy is turning and feeling kind of home sick
Too much pressure and Im nervous
Just when the DJ dropped my favorite tune
And a Britney song was on
So I put my hands up there
Playing My Song

The butterflies fly away
nodding my head like yeah
moving my hands like yeah
I put my hands up
Theyre playing my song
And I know Im gonna be ok
Yeah Its a party in the USA
Yeah Its a party in the USA

Feel like I wanna fly
Back to my home town tonight
Something stops me everytime

The DJ plays my song and I feel alright
So I put my hands up there
Playing my song

The butterflies fly away
nodding my head like yeah
moving my hands like yeah
I put my hands up
Theyre playing my song
And I know Im gonna be ok
Yeah Its a party in the USA
Yeah Its a party in the USA